CME Hot Issues
Low-Dose Aspirin for preventing recurrent venous thromboembolism Brighton TA, Eikelboom JW, Mann K, et al, for the ASPIRE Investigators : ศ.นพ.เกรียง ตั้งสง่า PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Admin (CME)   
วันศุกร์ที่ 04 ตุลาคม 2013 เวลา 14:52 น.

Aspirin (Acetylsalicylic acid, MW = 180 Daltan) เป็นเสมือนตำนานของยาเคมี   เพราะในปี ค.ศ.1897 Aspirin ได้ถูกสังเคราะห์ได้ในห้องทดลอง และต่อมาถูกจดสิทธิบัตรยา   ซึ่งถือได้ว่า Aspirin เป็นยาเคมีตัวแรกของโลกที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นโดยไม่ต้องสกัดจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 04 ตุลาคม 2013 เวลา 15:14 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
การรักษาด้วยยา Angiotensin Receptor ร่วมกับ Calcium Channel Blocker : ศ.นพ.วสันต์ สุ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Admin (CME)   
วันศุกร์ที่ 04 ตุลาคม 2013 เวลา 14:17 น.

 

การรักษาด้วยยา Angiotensin Receptor ร่วมกับ Calcium Channel Blocker สามารฤป้องกันโรคแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือด ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีโรคไตเสื่อมและสูงอายุ ได้ดีกว่า การรักษาด้วย Angiotensin Receptor blocker ขนาดสูง (OSCAR study)

การศึกษานี้ มีชี่อเรียกว่า OSCAR  (Olmesartan and calcium antagonists Randomized) study   มีวัตฤประสงค์หลัก ในการประเมินผลของการรักษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่อายุ 65 ปีขึ้นไป โดยการเปรียบเทียบการรักษาด้วยยา Olmesartan 20 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับยา calcium channel blockers (CCB) เทียบกับการรักษาด้วยยา Olmersartan ขนาด 40 มิลลิกรัมต่อวัน โดยมี primary endpoint ของการรักษาคือ ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มรักษาไปถึงเวลาของการเกิด primary composite events ซึ่งเป็นอุบัติการณ์รวมของการเกิด fatal และ nonfatal  cardiovascular events ได้แก่ coronary artery diseases , heart failure, fatal และ nonfatal cerebrovascular diseases, diabetic microvascular complications, การเกิดการเสื่อมของไต (doubling serum creatinine และ end stage renal diseases) และ การเสียชีวิตที่ไม่ได้สัมพันธ์กับ cardiovascular diseases   ทั้งนี้ ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มมีโอกาสได้รับยาความดันเพิ่มเติมอีก หากทานยาที่ได้รับการสุ่มแล้วไม่สามารฤคุมความดันให้ได้ต่ำกว่า 140/90

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 04 ตุลาคม 2013 เวลา 15:12 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
Efficacy of antibiotic therapy for acute exacerbations of mild to moderate COPD PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Sathit Kurathong   
วันอังคารที่ 29 มกราคม 2013 เวลา 14:22 น.

จากข้อมูลการศึกษาในอดีตที่ผ่านมาไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่า การรักษาการกำเริบของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ในผู้ป่วยที่เดิมมีความรุนแรงของโรคน้อยถึงปานกลาง ด้วยการให้ยาต้านจุลชีพแบคทีเรียร่วมด้วยจะมีประโยชน์หรือไม่ คณะผู้ศึกษาได้คัดเลือกผู้ป่วยแบบสุ่มเปรียบเทียบการรักษาด้วยยาต้านจุลชีพ co-amoxiclav (กลุ่มทดลอง) กับยาหลอก (กลุ่มควบคุม) เป็นเวลานาน 8 วัน ในผู้ป่วย COPD ที่มีการตรวจสไปโรเมตรีย์พบ FEV1/FVC < 0.7 และ FEV1 < 50 % predicted เกณฑ์การวินิจฉัยการกำเริบของโรคใช้ลักษณะ 1 ใน 3 ข้อคือหอบเหนื่อยเพิ่มขึ้น เสมหะเพิ่มขึ้น หรือ เสมหะเปลี่ยนสี สำหรับการรักษาร่วมอื่นๆ ไม่ได้จำกัด รวมทั้งการให้คอร์ติโคสเตียรอยด์ในรูปแบบรับประทาน

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 29 มกราคม 2013 เวลา 14:29 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
Three Postpartum Antiretroviral Regimens to Prevent Intrapartum HIV Infection: พญ.เพลินจันทร์ เชษฐ์โชติศักดิ์ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Sathit Kurathong   
วันอังคารที่ 29 มกราคม 2013 เวลา 14:03 น.

การศึกษานี้เป็นการเปรียบเทียบสูตรยา 3 ชนิดในการป้องกันการติดเชื้อ HIV ระหว่างคลอดในเด็กที่มารดาติดเชื้อ HIV แต่ไม่ได้รับยาต้านไวรัสระหว่างตั้งครรภ์ มีอายุครรภ์อย่างน้อย 32 สัปดาห์ การศึกษานี้เด็กจะได้รับนมผงสำเร็จแทนการดื่มนมแม่ และเด็กทุกรายจะได้รับยา zidovudine ภายในเวลา 48 ชั่วโมงหลังคลอดเป็นเวลา 6 สัปดาห์ และได้รับการสุ่มเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกได้รับ AZT อย่างเดียว กลุ่มที่ 2 ได้รับ AZT ร่วมกับ nevirapine (NVP) วันละครั้งทั้งหมด 3 ครั้ง ในช่วง 8 วันแรก (กลุ่มยา 2 ตัว) และกลุ่มที่ 3 กลุ่มยา 3 ตัวได้รับ AZT ร่วมกับ lamivudine (3TC) และ nelfinavir (NFV) เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดย primary outcome ของการศึกษา คือการติดเชื้อ HIV ระหว่างคลอดในเด็กที่ไม่ติดเชื้อในครรภ์(intra utero transmission)  คือเด็กมีผล HIV-1 DNA PCR เป็นลบเมื่อคลอดและกลายเป็นผลบวกที่ 3 เดือน

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 29 มกราคม 2013 เวลา 14:19 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
Hemorrhage control in severely injured patients: ธานินทร์ อินทรกำธรชัย PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Sathit Kurathong   
วันอังคารที่ 29 มกราคม 2013 เวลา 13:11 น.

การเสียเลือดรุนแรงเป็นสาเหตุการตายที่สามารถป้องกันได้ที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วย trauma  ประมาณร้อยละ 50 ของผู้ป่วยเหล่านี้จะเสียชีวิตก่อนมาถึงโรงพยาบาล บทความนี้กล่าวถึงประเด็นที่มีความสำคัญ หรือที่เพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงคำแนะนำในการปฏิบัติ ได้แก่ microcirculation dysfunction, control of bleeding, coagulopathy และ maintenance of critical perfusion

 

อ่านเพิ่มเติม...
 
Platelet transfusion in patients with hematological malignancies: ธานินทร์ อินทรกำธรชัย PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Sathit Kurathong   
วันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2013 เวลา 21:23 น.

ปัจจุบัน มาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีเกร็ดเลือดต่ำจากการมีพยาธิสภาพของไขกระดูก ได้แก่การให้ platelet transfusion ถ้าผู้ป่วยมีระดับเกร็ดเลือดต่ำกว่า 10x109/ลิตร โดยไม่คำนึงว่าจะมีอาการหรืออาการแสดงของภาวะเลือดออกร่วมด้วยหรือไม่ (prophylactic platelet transfusion) คณะผู้วิจัยจึงได้ตั้งประเด็นคำถามถึงแนวทางการปฏิบัติดังกล่าวว่ามีประโยชน์จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้กับผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยส่งเสริมอื่นใดที่จะทำให้เกิดภาวะเลือดออก

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 29 มกราคม 2013 เวลา 13:23 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
Hydroxyethyl Starch vs. Ringer’s Acetate in Severe Sepsis ศ.นพ. เกรียง ตั้งสง่า PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Sathit Kurathong   
วันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2013 เวลา 20:51 น.

ปริมาณ intravascular volume ของสิ่งที่มีชีวิตขึ้นกับปริมาณสาร colloids และ crystalloids ที่เหมาะสมในภาวะช็อคเช่นกรณี severe sepsis นั้น    intravascular volume อาจลดลงจากหลายสาเหตุ เช่น ผู้ป่วยอาจมี fluid loss เพิ่มขึ้น  อาจมีปริมาณสารโปรตีนในพลาสมาลดลง หรือมี vascular permeability เพิ่มขึ้นจากกลไกต่างๆ   ทำให้น้ำและสารโปรตีนในพลาสมาเคลื่อนผ่านเข้าไปสู่ interstitial space เพิ่มขึ้น  และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิด shock ขณะที่ผู้ป่วยมี severe sepsis ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปว่าถ้าจะรักษาภาวะ hypovolemia ในผู้ป่วยที่มี severe sepsis นั้น   การใช้ colloid solution จะได้ประโยชน์ดีกว่า crystalloid solution จริงหรือไม่  ที่ผ่านมา มีการใช้สาร hydroxyethyl starch (HES) ที่มีขนาดโมโลกุล 200 kilo Dalton ในผู้ป่วยที่มี severe sepsis แต่กลับพบว่าผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับ HES มีอุบัติการณ์ของ Acute renal failure มากขึ้น


แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 29 มกราคม 2013 เวลา 00:50 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
การวินิจฉัยภาวะสมองตาย: สกานต์ บุนนาค PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Sathit Kurathong   
วันเสาร์ที่ 08 ธันวาคม 2012 เวลา 12:31 น.

คำจำกัดความ ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับภาวะสมองตาย และประเด็นในประกาศแพทยสภาที่มีการเปลี่ยนแปลงการวินิจฉัยภาวะสมองตาย เรื่อง การทบทวนเกณฑ์การวินิจฉัยสมองตาย ประกาศไว้ในประกาศแพทยสภาเรื่อง “หลักเกณฑ์และวิธีการการวินิจฉัยสมองตาย” ณ วันที่ 26 มกราคม 2554

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 08 ธันวาคม 2012 เวลา 19:29 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
วัคซีน DTaP ป้องกันโรคไอกรนได้นานแค่ไหน?: ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Sathit Kurathong   
วันเสาร์ที่ 08 ธันวาคม 2012 เวลา 11:51 น.

โรคไอกรน เกิดจากการติดเชื้อ Bordetella pertussis และจัดเป็นโรคระบาดที่ติดต่อง่ายมากจากการไอ จามรดกัน   เชื้อก่อโรคในระบบทางเดินหายใจและมักก่อโรครุนแรงเรื้อรังในทารก และเด็กเล็กจนทำให้ถึงตายได้  อาการในวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่อาจจะคล้ายไข้หวัดและรุนแรงน้อยกว่า  โรคนี้จึงไม่ถูกวินิจฉัยในผู้ใหญ่ จนกว่าจะไอเรื้อรังนานเกิน 2-3สัปดาห์หรือเป็นปอดบวม หรือ มีการระบาดเกิดขึ้น ปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคไอกรนในประเทศไทยมี 2 ชนิดคือ DPT และ DTaP (หรือ TDaP)   วัคซีน DPT เป็นวัคซีนที่ใช้มานานและประกอบด้วยเชื้อตายทั้งตัว (killed, whole cell) ของเชื้อ B. pertussis และผสมกับ diphtheria และ tetanus toxoids

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 08 ธันวาคม 2012 เวลา 19:30 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
KDIGO Clinical Practice Guideline for Lupus Nephritis: บัญชา สถิระพจน์ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Sathit Kurathong   
วันเสาร์ที่ 08 ธันวาคม 2012 เวลา 01:36 น.

Lupus nephritis พบประมาณร้อยละ 50 ของผู้ป่วย systemic lupus erythematosus (SLE) ผู้ป่วย lupus nephritis มีอาการแสดงของโรคหลากหลายตั้งแต่ไม่มีอาการแสดงทางไตใด ๆ เรียกว่า asymptomatic hematuria/proteinuria เกิดไตอักเสบแบบ nephritis หรือ nephrotic syndrome (โปรตีนในปัสสาวะมากกว่า 3.5 กรัม) เกิดไตวายอย่างรวดเร็วที่เรียกว่า rapidly progressive glomerulonephritis (RPGN) และจนสุดท้ายเกิดไตวายเรื้อรัง (chronic glomerulonephritis) นอกจากดังกล่าวแล้วแล้วผู้ป่วย lupus nephritis เกิดพยาธิสภาพบริเวณ renal tubule เป็น interstitial nephritis และ renal tubular acidosis (RTA) ซึ่งพบได้ทั้งกลุ่ม type 1 RTA ที่มีระดับโปแตสเซียมในเลือดต่ำ และ type 4 RTA  ที่มีระดับโปแตสเซียมในเลือดสูง

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 08 ธันวาคม 2012 เวลา 11:46 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
« เริ่มแรกย้อนกลับ12ถัดไปสุดท้าย »

หน้า 1 จาก 2
October 2019
M T W T F S S
30 1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31 1 2 3
 
Follow us on
 
      

© 2011-2019 THE ROYAL COLLEGE OF PHYSICIANS OF THAILAND (RCPT) All right reserved
View counter stats